กรณีศึกษา ยากาโน่ ป๊อก

โฆษณาดังต่อไปนี้เข้าข่ายโฆษณาขายยาอันตราย ใครที่อยู่ร้านขายยาแล้วมีคนมาถามหายายาปฏิชีวนะยี่ห้อนี้ (เตตร้าไซคลิน ไฮโดคลอไรด์ 500 มิลลิกรัม) สำหรับแก้ปวดท้องน้อย ปวดมดลูก ขอให้ทราบไว้เลยว่าเป็นผลมาจากการโฆษณาทางวิทยุ ซึ่งต้องมีการให้ความรู้อีกมาก นอกจากนี้ยังมีโฆษณาผลิตภัณฑ์ยากินแก้ปวด (ไพร็อกซิแคม: piroxicam) อีกด้วย โฆษณามีทั้งภาษาไทยและภาษาพม่า (นอกจากนี้ยังมีการลดแลกแจกแถมชิงรางวัลเป็นระยะตามรายการวิทยุ)

การเข้าไปฟัง (ลอกให้หมดแล้วไปแปะในช่องที่ใส่ชื่อเว็บไซต์)

http://radio3.thaidhost.com:81/flora/3. สปอตวิทยุ บจก.เวชภัณฑ์ยากาโน่ ป๊อก ซอฟร์ตี้ (โหลดที่นี่)/

http://radio3.thaidhost.com:81/flora/

การโฆษณาขายยาแสดงสรรพคุณยาอันตรายโดยตรงต่อประชาชน (ไม่ได้กระทำโดยตรงต่อผู้ประกอบโรคศิลปะ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์) เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 88(6) ต้องระวางโทษตามมาตรา 124 คือ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท

หากมีการโฆษณาขายยาโดยการแจกของแถมหรือออกสลากรางวัล เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 90 ต้องระวางโทษตามมาตรา 124 เช่นกัน

ปล. เอกสารนี้จัดเป็นข้อมูลทางวิชาการ ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแต่อย่างใด

มีผู้อ่าน 14359 คน

กรณีศึกษา เครื่องสำอางเบรสเซ้นส์ พิงค์

โฆษณาเครื่องสำอาง ห้ามแสดงว่าทำให้หัวนมเป็นนมสีชมพู

ที่มา: http://www.fda.moph.go.th/www_fda/data_center/ifm_mod/nw/ผลการดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคและพระราชบัญญัติเครื่องสำอางฉบับที่_122_ประจำปี_2555.pdf (กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, 11 กันยายน 2555)

มีผู้อ่าน 574 คน

กรณีศึกษา เครื่องดื่มเปปทีน

โฆษณาเครื่องดื่มเปปทีน ซึ่งโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 41 ต้องระวางโทษตามมาตรา 71 คือ ปรับไม่เกิน 5,000 บาท แต่ในกรณีนี้ปรับ 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบามถ้วน) ซึ่งเกินอัตราที่กำหนดโดยไม่แจ้งเหตุผลให้ชัดเจน ทำให้สามารถพิจารณาได้ดังนี

1. มีการโฆษณาหลายครั้งในหนึ่งเดือน ตรวจพบว่าทำผิดครั้งหนึ่งก็ปรับทบจำนวนเงินมาเรื่อย ๆ

2. ผู้โฆษณาอาจมีการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 40 ต้องระวางโทษตามมาตรา 70 คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จะเห็นว่าสามารถปรับได้ถึง 10,000 ได้ แต่ในเรื่องการบังคับคดีเหตุใดจึงไม่กล่าวถึงว่ามีการฝ่าฝืนในเรื่องนี้

นอกจากนี้ ผู้บริโภคไม่สามารถทราบได้เลยว่าโฆษณาในโทรทัศน์ดาวเทียมเป็นโฆษณาแบบเดียวกับโฆษณาทางฟรีทีวีหรือไม่ เนื่องจากไม่มีแหล่งที่สามารถตรวจสอบได้ และจะทราบได้อย่างไรว่าเลขที่โฆษณาที่แสดงนั้นเป็นเลขที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ไม่มีข้อความอื่นสอดแทรกเพิ่มเข้ามา

ที่มาของภาพ: http://www.fda.moph.go.th/www_fda/data_center/ifm_mod/nw/ผลการดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติอาหารฉบับที่_111__ปีงบประมาณ_2555.pdf (กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, 5 กันยายน 2555)

มีผู้อ่าน 1806 คน

กรณีศึกษา เครื่องดื่มอินทรา

การขายเครื่องดื่มอินทราซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาหาร หากจะโฆษณาต้องได้รับอนุญาตก่อนการโฆษณา และห้ามโฆษณาแสดงสรรพคุณว่าสามารถป้องกัน บำบัด บรรเทารักษาโรคได้


จากกรณีดังกล่าวนี้ โฆษณาดังกล่าวได้โฆษณาโดยไม่รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 41 ต้องระวางโทษตามมาตรา 71 คือ ปรับไม่เกิน 5,000 บาท (ในกรณีนี้ปรับ 1,000 บาท)

ส่วนข้อความที่แสดงว่าสามารถป้องกัน บำบัด บรรเทารักษาโรคได้ เนื่องจากขึ้นทะเบียนเป็นอาหารไม่สามารถแสดงข้อความดังกล่าวได้ และข้อความที่ใช้อ้างว่าผลิตภัณฑ์นี้สามารถลดความดัน ลดภูมิแพ้ โรคเบาหวาน ต่อต้านมะเร็งและอนุมูลอิสระ ขับสารพิษ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด สร้างภูมิคุ้มกันระบบการย่อยอาหาร เป็นต้นถือว่าเป็นการโฆษณาแสดงสรรพคุณอาหารอันเป็นเท็จ หลอกลวงให้หลงเชื่อโดยไม่สมควร เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 40 ต้องระวางโทษตามมาตรา 70 คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่จากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไม่ได้ลงโทษในส่วนนี้แต่อย่างใด ซึ่งเป็นการลงโทษตามกฎหมายไม่ครบถ้วน ไม่ได้ใช้มาตรการทางกฎหมายซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่า

ที่มาของภาพ: http://www.fda.moph.go.th/www_fda/data_center/ifm_mod/nw/ผลการดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติอาหารฉบับที่_111__ปีงบประมาณ_2555.pdf

มีผู้อ่าน 361 คน

กรณีศึกษา ผลิตภัณฑ์ลังโคม

สำนักงานอาหารและยา สหรัฐอเมริกา (USFDA) ได้ประกาศเตือนเมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2555 ว่า ผลิตภัณฑ์ลังโคม ของลอรีอัล โฆษณาเกินจริง โดยโฆษณาว่าช่วยเสริมโครงสร้างการทำงานของร่างกาย เช่น การยกกระชับ การมีผลต่อการทำงานของยีน กระตุ้นการทำงานของเซลล์ต้นกำเนิด อันมีลักษณะเป็นการโฆษณาในลักษณะที่บอกว่าเป็นยา ทั้งที่ผลิตภัณฑ์ของตนเป็นเพียงเครื่องสำอางเท่านั้น ซึ่งเป็นการกระทำที่ต้องห้ามตามกฎหมาย

ที่มา
1. ไทยรัฐ 13 กันยายน 2555 หน้า 2
2. Inspections, Compliance, Enforcement, and Criminal Investigations (Lancome 9/7/12) http://www.fda.gov/ICECI/EnforcementActions/WarningLetters/2012/ucm318809.htm

กฎหมายสหรัฐไม่ได้กำหนดให้ต้องมีการรับรองเครื่องสำอางก่อนออกสู่ตลาด (หากเทียบกับเมืองไทย คือไม่ต้องจดแจ้ง) ดังนั้นผลิตภัณฑ์จึงขึ้นกับจุดมุ่งหมายของการใช้ (ซึ่งต่างจากไทย เมื่อแจ้งเป็นเครื่องสำอาง จึงถือว่าเป็นเครื่องสำอางทันที) ถ้ามีจุดมุ่งหมายที่มีลักษณะแบบเดียวกับยา จึงจะถือว่าเป็นยา และต้องผ่านมาตรการด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับยา นอกจากนี้กฎหมายของสหรัฐอเมริกายังไม่ได้แบ่งแยกระหว่างยากับเครื่องสำอางชัดเจนนัก เช่น แชมพูขจัดรังแค ถ้าเป็นแชมพูอย่างเดียวถือเป็นเครื่องสำอาง ถ้าบอกว่าขจัดรังแค ถือว่าเป็นยา

link อ้างอิง https://www.facebook.com/photo.php?fbid=228289490630375&l=19d3d6554f

มีผู้อ่าน 546 คน