ถาม-ตอบ ประเด็นร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. … (1)

มีข้อมูลว่าคณะรัฐมนตรีจะนำเข้าร่างพ.ร.บ.ยา พ.ศ. ….ฉบับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยไม่ได้แก้ไขตามที่ได้มีการปรึกษาหารือผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสาระของร่างพ.ร.บ.ยาฯ ที่ไม่คุ้มครองผู้บริโภค ตามข้อมูลการวิเคราะห์ ข้างต้น จึงขอนำเรียนข้อมูลแก่มวลเภสัชกร และเครือข่ายประชาชน เพื่อพิจารณา

1. ประเด็นแก้ไขต่อร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. …. ฉบับ สคก. (24 ก.ย. 2557) ถือว่าเป็นการแก้ไขหลักการหรือสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติหรือไม่

หลักการของพ.ร.บ.ยา พ.ศ. …. ฉบับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เขียนสั้น ๆ ว่า “ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยยา” แต่ถ้าดูเหตุผลที่เครือข่ายเภสัชกรหรือเครือข่ายต่าง ๆ ขอแก้ไขในร่างพ.ร.บ.ยา พ.ศ. …. ฉบับ สคก. เช่น การปรับปรุงบทนิยาม การขออนุญาตและการอนุญาต ไปจนถึงบทกำหนดโทษ ล้วนเป็นสาระสำคัญของกฎหมายทั้งสิ้น การเสนอแก้ไขร่างกฎหมายนี้ จึงเป็นการแก้ไขในหลักการหรือสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ หากไม่คัดค้านสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. …. ฉบับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) อาจจะถือว่าทุกคนเห็นด้วย ส่วนสิ่งที่เครือข่ายเภสัชกรหรือวิชาชีพต่าง ๆ ไปขอแก้ไขนั้นเป็นเพียงการปรับปรุงถ้อยคำ ซึ่งอาจมองในแง่ลบว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระ ไม่เป็นสาระสำคัญก็ได้ และอย่าคาดหวังว่าจะสามารถแก้ไขในชั้นการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้อย่างเต็มที่เนื่องจากเป็นประเด็นด้านเทคนิคในข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2557

Read More

มีผู้อ่าน 644 คน

ลำดับเหตุการณ์ร่างพระราชบัญญัติยา พ.ศ. …. (ฉบับประชาชน)

ลำดับเหตุการณ์ร่างพระราชบัญญัติยา พ.ศ. …. (ฉบับประชาชน) โดยมูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนาและคณะ

ดู ตารางสรุปลำดับเหตุการณ์ คลิกที่นี่
ดู สไลด์ คลิกที่นี่

วันที่

เหตุการณ์

9 พฤศจิกายน 2555 สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยคณะทำงานเกี่ยวเนื่องด้านสาธารณสุข และคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการ มีหนังสือที่ สศ 0001.9/ว 1956 เรื่อง ขอเชิญเข้าร่วมการประชุม เรื่อง “พ.ร.บ.ยา ” ลงวันที่ 25   ตุลาคม  พ.ศ.2555 เชิญประชุมเพื่อให้ความเห็นและข้อเสนอแนะ เรื่อง “พ.ร.บ.ยา”
14 พฤศจิกายน 2555 กพย.จี้นายกฯลงนามกฎหมายยาฉบับใหม่ เผยผ่านสภาฯมาตั้งแต่ มิ.ย.ชี้ปรับแก้ให้ทันสถานการณ์-ไม่ล้าหลัง (ไทยรัฐ (กรอบบ่าย) 14 พฤศจิกายน 2555 หน้า 15)
12 ธันวาคม 2555 สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยคณะทำงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต สาธารณสุข และคุ้มครองผู้บริโภค มีหนังสือที่ สศ 0001.9/ว 2299 เรื่อง ขอเชิญเข้าร่วมการประชุม เรื่อง “พ.ร.บ.ยา ” ลงวันที่ 26  พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เชิญประชุมเพื่อให้ความเห็นและข้อเสนอแนะ เรื่อง “พ.ร.บ.ยา”
5 มีนาคม 2556 สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีหนังสือที่ สศ0001/401 เรื่อง ความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเรื่อง การเร่งรัดร่างพระราชบัญญัติยาให้เข้าสู่กระบวนการพิจารณากฎหมาย ลงวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2556 ต่อนายกรัฐมนตรี
18-19 มีนาคม 2556 – กพย.ฉงน ‘ปู’ ดอง พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ (ไทยโพสต์ 18 มีนาคม 2556 หน้า 4)- กพย.เหน็บรัฐบาล ดอง ‘ร่าง พ.ร.บ.ยา’ (มติชน (กรอบบ่าย) 19 มีนาคม 2556 หน้า 10)

– พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ ดองนานกว่า 1 ปี รอนายกฯ ลงนาม (คมชัดลึก 18 มีนาคม 2556 หน้า 10)

7 มีนาคม 2556 แผนงาน กพย. มีหนังสือที่ 02.02/150 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2556 ถึงนายกรัฐมนตรี สอบถามความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติยา พ.ศ. …. (ฉบับประชาชน)
25 มีนาคม 2556 สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมีหนังสือที่ นร.0404/4144 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2556 เรื่องการรับรองร่างพระราชบัญญัติยา พ.ศ. …. (ฉบับประชาชน)  แจ้งว่า“ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินการสบถามความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาลงนามของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ได้นำเรียนรองนายกรัฐมนตรี (นายปลอดประสพ สุรัสวดี) ในฐานะกำกับการบริหารราชการกระทรวงสาธารณสุขแทนนายกรัฐมนตรีทราบ และส่งเรื่องให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณา หากผลการพิจารณาเป็นประการใด กระทรวงสาธารณสุขจะแจ้งให้ทราบโดยตรงต่อไป”
21 มิถุนายน 2556 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ สธ 1009.3.1/8969 ลงวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2556 เชิญผู้จัดการแผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยาเป็นวิทยากรในการประชุมเชิง ปฏิบัติการรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ชาติ เรื่อง การเร่งรัดร่างพระราชบัญญัติยาให้เข้าสู่กระบวนการพิจารณากฎหมาย ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร อาคาร 1 ชั้น 1 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อรวบรวมความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีต่อข้อเสนอของสภาที่ ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอต่อรองนายกรัฐมนตรี (นายปลอดประสพ สุรัสวดี)
9 ธันวาคม 2556 พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556 ซึ่งกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2556/A/115/1.PDF

draftdrugact001

เข้าชื่อ1หมื่นเสนอร่างพ.ร.บ.ยาฉบับใหม่ (ฉบับประชาชน) มติชน วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555 หน้า 10

draftdrugact002

ไทยรัฐ (กรอบบ่าย) 14 พฤศจิกายน 2555 หน้า 15

draftdrugact003

ไทยโพสต์ 18 มีนาคม 2556 หน้า 4

draftdrugact004

ข่าวสด 18 มีนาคม 2556 หน้า 28

draftdrugact005สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมีหนังสือที่ นร.0404/4144 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2556 เรื่องการรับรองร่างพระราชบัญญัติยา พ.ศ. …. (ฉบับประชาชน) แจ้งว่า “ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินการสอบถามความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาลงนามของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ได้นำเรียนรองนายกรัฐมนตรี (นายปลอดประสพ สุรัสวดี) ในฐานะกำกับการบริหารราชการกระทรวงสาธารณสุขแทนนายกรัฐมนตรีทราบ และส่งเรื่องให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณา หากผลการพิจารณาเป็นประการใด กระทรวงสาธารณสุขจะแจ้งให้ทราบโดยตรงต่อไป”

มีผู้อ่าน 1362 คน

ประชาชนได้อะไรจากร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับประชาชน

ภก.วรวิทย์ กิตติวงศ์สุนทร

ก่อนอื่น ขอเรียนว่า การยกร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับประชาชน มีที่มาจากการศึกษาวิจัยทางด้านวิชาการ การรวบรวมปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านยาของประเทศไทย ประเทศต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้น ตลอดจนการคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตในสภาวะแวดล้อมการเปิดตลาดเสรี ทางการค้าทั้งในระบบพหุภาคีและทวิภาคี ระบบกฎหมายด้านยาและกลไกการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของ ประเทศต่างๆ รวมทั้งคิดค้น สังเคราะห์กลยุทธ์ วิธีการ เครื่องมือใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย โดยนักวิชาการหลายสาขาทั้งด้านเภสัชศาสตร์ นิติศาสตร์ สังคมศาสตร์ ผู้มีประสบการณ์ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในองค์ทั้งภาค รัฐ ภาคประชาชน ทั้งในระดับภูมิภาค ระดับชาติ ระดับนานาชาติ ความเห็นจากกลุ่มผู้ป่วย ความเห็นจากภาคประชาสังคม โดยเจตนารมณ์ของ ร่าง พ.ร.บ. ยา ฉบับประชาชน สำคัญ 2 ประการ คือ

1. คุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัยในการใช้ยาของประชาชนให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับ เท่าทันกับปัญหาและสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้

2. ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยาภายในประเทศให้เข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองได้ทั้งในยามปกติและในภาวะคับขัน เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงด้านยาและสุขภาพ

จากเจตนารมณ์ข้างต้น ร่าง พ.ร.บ. ยา ฉบับประชาชน ได้มีบทบัญญัติใหม่ๆ ที่แตกต่างจาก พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ซึ่งใช้มานานกว่า 40 ปีอย่างสิ้นเชิง โดยบทบัญญัติใหม่จะสามารถทำให้เจตนารมณ์เกิดผลเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีที่มาจาก 3 แนวทางหลัก ได้แก่ งานศึกษาวิจัยของต่างประเทศและการศึกษาวิจัยของประเทศไทย ชุดความรู้ ประสบการณ์ของผู้ทรงคุณวุฒิด้านการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งทำงานในระดับนานา ชาติ ระดับชาติและระดับท้องถิ่น การวิเคราะห์ผลกระทบต่อประชาชนไทยจากการเปิดตลาดการค้าเสรีภายใต้ข้อตกลง ทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี โดยมีศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมมือพัฒนาร่างกฎหมายยา ฉบับประชาชน ดังนั้น เพื่อให้เข้าใจสาระของกฎหมายว่า ประชาชน จะได้อะไรจาก ร่าง พ.ร.บ. ยา ฉบับประชาชน จึงขอกล่าวโดยย่อ ทั้งประโยชน์ทางตรงและทางอ้อม ดังนี้


1. ราคายาเป็นธรรมต่อประชาชน ป้องกันการค้ากำไรเกินควร

ตัวอย่างจริงที่เคยเกิดขึ้นแล้ว คือ ยาต้านไวรัสเอดส์ เคยกำหนดราคาขายกว่า 20,000 บาทต่อคนต่อเดือน ต่อมาองค์การเภสัชกรรมได้ผลิตออกจำหน่าย กำหนดราคาเพียง 1,200 บาท ต่อคนต่อเดือน ราคาแตกต่างกันกว่า 15 เท่า ในช่วงเวลาที่องค์การเภสัชกรรมยังไม่ได้ผลิตยาดังกล่าวออกมาจำหน่าย ผู้ป่วยเอดส์จำนวนมากไม่สามารถซื้อยาราคาแพงมารักษาตนเองได้ เราจึงเห็นปรากฏการณ์ “ตายเป็นใบไม้ร่วง” เพราะหมดหนทางเข้าถึงยา เนื่องจากปล่อยให้มีการกำหนดราคาของ “สินค้าคุณธรรม” ซึ่งเป็นปัจจัยสี่ของมนุษชาติได้ตามอำเภอใจจนเกิดผลกระทบต่อชีวิตประชาชน


2. สิทธิของประชาชนที่จะรู้ชื่อยาสามัญที่ตนเองใช้

การปกปิดชื่อยาที่ประชาชนต้องบริโภค มักมีข้ออ้างว่า หากประชาชนรู้ชื่อยาแล้ว จะไปซื้อหามารับประทานเอง ไม่เข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ แท้จริงแล้ว คำกล่าวอ้างมีเบื้องหลัง คือ ต้องการผูกมัดให้ผู้ป่วยต้องมารับการรักษากับตนเอง และสามารถกำหนดราคายาที่จะเก็บจากผู้ป่วยได้โดยอิสระ เพราะผู้ป่วยไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นยาชื่อสามัญอะไร

สิทธิของประชาชนที่จะรู้ชื่อยาสามัญที่ ตนเองใช้ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน แม้แต่ประชาชนที่อยู่ในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า เข้ารับการรักษาโดยไม่ต้องจ่ายเงิน ก็มีสิทธิที่จะรู้ว่าตนเองต้องรับประทานยาอะไร เพราะหากมีการแพ้ยา ก็สามารถแจ้งชื่อยาที่ตนใช้หรือนำซองยาที่มีชื่อยาสามัญ ให้สถานพยาบาลที่เข้ารับการรักษา ได้รักษาอย่างถูกต้องทันการณ์ได้


3. ประชาชนได้รับบริการด้านยาจากผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ในมาตรฐานทัดเทียมกับประชาชนในประเทศที่มีระบบบริการด้านเภสัชกรรมที่พัฒนา แล้ว

โดยการปรับเปลี่ยนจาก “ร้านขายยา” เป็น “สถานบริการเภสัชกรรม” ซึ่งเป็นสถานที่ให้บริการประชาชนด้านยาโดยผู้ประกอบวิชาชีพด้านเภสัชกรรม ที่จะวิเคราะห์ความจำเป็นในการใช้ยาของประชาชน หรือผู้รับบริการ การคัดเลือกยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยหรือผู้รับบริการตามหลักวิชาการ การวิเคราะห์ใบสั่งยาเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิผลในการบำบัดรักษา การส่งมอบยาในภาชนะที่เหมาะสมพร้อมฉลากที่ครบถ้วน คำแนะนำในการใช้ยาที่จำเป็นถูกต้องและครบถ้วน คำเตือนอันตรายจากการใช้ยาเฉพาะราย รวมถึง การให้บริการด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค เช่น เป็นสถานที่ประชาชนสามารถปรึกษาการอดบุหรี่ การอดเหล้า การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย โภชนาการที่เหมาะสมกับวัย เช่น เด็กอ่อน เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ การนวดตนเอง การกดจุดเพื่อบรรเทาอาการ สมุนไพรประจำบ้าน การจัดการลดความเครียด การให้คำแนะนำเรื่องผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง โดยไม่ตกเป็นเหยื่อของการโฆษณา เป็นต้น ทั้งนี้ “สถานบริการเภสัชกรรม” ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานทางวิชาการ เรียกว่ามาตรฐาน “การบริการเภสัชกรรมที่ดี”

 

ประชาชนสามารถไปพบเภสัชกรในสถานบริการ เภสัชกรรม ในเรื่องส่งเสริมสุขภาพ ขอคำปรึกษา คำแนะนำด้านสุขภาพ มิใช่เพียงเพราะต้องการซื้อยามาบริโภคอีกต่อไป และในกรณีที่ต้องได้รับยา ก็จะได้รับตามความจำเป็น และเภสัชกรต้องจัดการตามหลักวิชาการ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค


4. สิทธิของประชาชนที่จะได้รับการชดเชยความสียหายจากการใช้ยาโดยรวดเร็ว

การแพ้ยาถึงขั้นเสียชีวิต หรือพิการ เช่น ผิวหนังลอกทั้งตัวเหมือนไฟลวก หรือตาบอด หรือเจ็บป่วยรุนแรงต้องเข้ารับการรักษาตัว มีทั้งที่เป็นข่าวและไม่ปรากฏเป็นข่าว ผู้เคราะห์ร้ายจากการใช้ยา มักจะไม่สามารถเรียกร้องให้ใครมาชดเชยความเสียหายได้ เพราะต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้ละเมิดทำให้ตนเองเสียหาย ซึ่งเกินกว่าความสามารถของประชนชนผู้ใช้ยาโดยทั่วไป ดังนั้นในร่างกฎหมายยา ฉบับประชาชน ถือว่า ประชาชนคนไทย ต้องได้รับการดูแล เยียวยา บรรเทาความเสียหาย เมื่อได้รับเคราะห์กรรมจากการใช้ยา แม้จะไม่ใช่ความผิดพลาดของผู้ใดก็ตาม โดยใช้กลไกการพิจารณาเป็นคดีผู้บริโภค ซึ่งจะมีความรวดเร็ว เป็นธรรมกับทุกฝ่าย


5. ยาจำเป็นเฉพาะกรณี ยากำพร้าซึ่งจำเป็นต่อผู้ป่วย

ในภาวะคับขัน มีวิกฤตภัยพิบัติ เช่น โรคระบาดรุนแรงและจะทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมากและมีโอกาสจะเสียชีวิต พิการรุนแรงได้ หรือมีโรคที่เกิดกับประชาชนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น ทำให้ไม่มีผู้ประกอบการรายใดประสงค์จะผลิต หรือนำเข้ายาจำเป็น เพราะไม่สามารถทำกำไรได้ตามความต้องการของภาคธุรกิจ จึงต้องมีกลไกทำให้ ประเทศต้องไม่ขาดแคลนยาจำเป็นเหล่านั้น มีปริมาณเพียงพอต่อความจำเป็นในการใช้ของประชาชน และมีวิธีการทำให้ประชาชนเข้าถึงยาได้อย่างรวดเร็ว


6. ปรับปรุงระบบการขึ้นทะเบียนตำรับยาของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็ง

โดยมีบทบัญญัติที่ทำให้ประเทศไทย ต้องมีตำรับยาที่มีประสิทธิผลในการรักษา มีประโยชน์ต่อการสาธารณสุขของประเทศ มีโครงสร้างราคายาที่ยุติธรรม สมเหตุผล และคุ้มค่า ที่สำคัญคือ ต้องมีกฎหมายบังคับให้หน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องการขึ้นทะเบียน ตำรับยา ต้องรับผิดชอบการทบทวนทะเบียนตำรับยา โดยมีระบบการทะเบียนการทบทวนตำรับยาประจำปีเพื่อให้ประชาชนมั่นใจทั้งใน ประสิทธิผลของยาและความปลอดภัยในทุกทะเบียนตำรับยา


7. การส่งเสริมการขายยาและการโฆษณา

กิจกรรมการส่งเสริมการขายและการโฆษณา ในทางธุรกิจถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจขยายตัวและเติบโต เพราะเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิดการบริโภคสินค้าของประชาชนให้มากขึ้น

 

แต่ “ยา” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่สมควรส่งเสริมให้เกิดการบริโภคโดยไม่จำเป็น ดังนั้น เพื่อให้เกิดการใช้ยาที่เหมาะสมของประชาชน ตลอดจนสำนึกของผู้มีสิทธิสั่งใช้ยา จึงต้องมีบทบัญญัติที่จะกำกับดูแลการส่งเสริมการขายยาและการโฆษณาที่เหมาะสม ไม่ให้ส่งเสริมการบริโภคยาโดยไม่จำเป็น และประการสำคัญ การส่งเสริมการขายยาและการโฆษณา เป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบธุรกิจจะผลักให้เป็นภาระของผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้ราคาสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น


8.การใช้มาตรการทางปกครอง

มาตรการทางปกครอง เป็นเครื่องมือใหม่ที่จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเหมาะสมกับสภาวะการณ์ที่หลากหลาย เช่น การภาคทัณฑ์ การตำหนิโดยเปิดเผยต่อสาธารณชน การปรับทางปกครอง การจำกัดการประกอบการ เพิ่มเติมจากกฎหมายเดิมที่มีการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ

ที่กล่าวข้างต้นเป็นเพียงประโยชน์บางส่วนที่ประชาชนจะได้รับจาก ร่าง พระราชบัญญัติยา ฉบับประชาชน ซึ่งขอนำเสนอให้เข้าใจโดยง่าย จากร่างกฎหมาย ฉบับเต็มกว่า 120 มาตรา ได้จากเว็บไซต์ กพย. http://www.thaidrugwatch.org/ และเว็บไซต์ คคส. (แผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ) ที่ http://www.thaihealthconsumer.org/


เอกสารอ้างอิง

วรวิทย์ กิตติวงศ์สุนทร. ประชาชนได้อะไรจาก ร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับประชาชน. ปีที่ 3 ฉบับ 7 ธันวาคม 2553. สุนทรี ท. ชัยสัมฤทธิ์โชคและคณะ บรรณาธิการ. แผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, หน้า 3-5

มีผู้อ่าน 561 คน